ทริปรับลมร้อนปีนี้ เริ่มต้นกันที่ทะเลสัตหีบ ชลบุรีจ้า ก๊วนเราวางแผนกันเอาไว้ว่า จะเดินทางกันวันที่ 6 กลับวันที่ 8 เมษายน อิอิ ว่าแล้วก็หาที่พักกันเต๊อะ
โทรไปที่แรก ด้วยเห็นว่า ที่พักสวย ราคาก็ อืม รับได้น่ะ..แต่ก็ เต็มครับ
โทรไปที่ ที่2 เพราะที่พักน่ารัก ราคาไม่แพง แล้วก็.....เต็มแล้วค่ะ..เอาและตู ^^'
โทรไปที่ ที่3 ที่พักสวัสดิการทหารเรือ ด้วยคาดหวังว่า น่าจะว่าง แต่ก็...ว่างจริงๆอ่ะ สายว่างนะแต่ไม่มีคนรับสายย...ย..ย. แล้วเค้าจะได้ไปมั๊ยเนี่ย......แง
โทรไปที่ ที่4 ว่างทีเต๊อะนะ อยากได้ที่นี่อ่ะ เพราะดูแผนที่แล้วอยู่ใกล้ๆบริเวณที่เราจะไปเที่ยวกัน ราคาก็ไม่แพง และแล้วก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วมาตามสายว่า ว่างค่ะ........เย้...ได้ไปเที่ยวทะเลแย้ววุ๊ย
เช้าวันที่ 6 เมษายน เรามาพร้อมกันที่สถานีขนส่งเอกมัย นั่งรถตู้กันไป คนละ 135 บาท เด็กรถย้ำเรานักหนาให้บอกคนขับรถว่า "ลง กม.1 นะพี่"
ไอ้เราก็ถามย้ำเหมือนกันว่า "พี่จะไปตัวเมืองสัตหีบอ่ะน้อง"
น้องก็ยังยืนยัน "นั่นแหละ พี่บอกเขาว่า ลง กม.1"
เออ..กม.1 ก็ กม.1 ฟร่ะมันอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้อ่ะ แต่ช่างมันเต๊อะไปหาข้อมูลเอาข้างหน้าแล้วกัน เราออกจากเอกมัยประมาณ 7.30 น. ^^ นั่งกินหนม ชมวิว ไปเรื่อยๆจนกระทั่ง ค่อยๆเงียบกันไปทีละคน ก็น่า...เก็บแรงไว้ไง ไปถึงจะได้ตะลุยเที่ยวกั๊น อิอิ
พวกเราทยอยรู้สึกตัวกันอีกทีก็ถึงพัทยาแว้ว..ว.ว.สองข้างทางมีคอนโดบ้าง บ้านจัดสรรบ้างกำลังก่อสร้างกันเยอะเลย ราคาก็น่าสนใจ เห็นแล้วก็อยากจะมีบ้านริมทะเลเก็บไว้สักหลัง 555 แต่..ขอเวลาเก็บตังค์ก่อนแย้วกันนะ
และแล้วเราก็เริ่มเข้าสู่อาณาบริเวณอำเภอสัตหีบ สังเกตได้จากป้ายต่างๆรายทาง มองไปทางขวามือไกลๆโน้น โอ๊ว..ว.ว..ว..... เห็นน้ำทะเลสีเขียวที่เส้นขอบฟ้า มองแล้วสดชื่น เย็นตาจริงๆ กะลังเพลินๆกับธรรมชาติลานตาก็ต้องมาชะงักกึก
" 4 คนนี่ลงไหนเนี่ย " พี่คนขับรถถามเสียงเข้มมาเชียว
" เขาบอกว่า ให้ลง กม.1ค่ะ"
" จะไปไหนกันล่ะ ทำไมลง กม.1"
เอาและ....ยากนะเนี่ย ตูจะรู้มั๊ยอ่ะ ว่าทำไมต้องลง กม.1 "เออ..น้องคนขายตั๋วบอกว่า ให้ลง กม.1 ค่ะ จะไปตัวเมืองสัตหีบอ่ะค่ะ"
"ลงแล้วไปไหนต่ออ่ะ" พี่คนขับถามต่ออีก
" เดี๋ยวรถของรีสอร์ทจะมารับค่ะ"
" อ้อ งั้นโทรบอกเขาเลยน้อง เดี๋ยวก็ถึงแล้ว แป๊บเดียว"
เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว อย่าถามต่อนะ เค้าไม่รู้จะตอบยังไง 555 จริงๆ พี่คนขับก็น่ารักนะ เอาใจใส่ผู้โดยสารเพียงแต่ว่า พี่เขาเสียงเข้มไปหน่อยเท่านั้นอ่ะ ประมาณ 9.45 น.พี่เขาก็ส่งเราลงตรงกม.1 ...555 แล้วทำไงต่ออ่ะ ตรงนั้นเป็นท่ารถตู้ เหอ ๆ ๆ มีบุคคลในเครื่องแบบทหารเรือสีขาวยืนรอรถกลับบ้านกันเต็มเยยอ่ะ อยู่แถวนั้นนานๆเดี๋ยวหวั่นไหวรีบโทรหารีสอร์ทให้มารับดีก่า คริกๆๆ
รอเพียงแป๊บเดียวลุงเจ้าของรีสอร์ทก็มารับ ...ถึงแว้ว..ว. แสมสาร วิวแค้มป์ ที่พักเป็นบ้านหลังน้อยๆ สีสันสดใส เราพักกัน 4 คน ราคา 1,000 บาท/คืน ถ้าจะเพิ่มอาหารเช้า ราคา 1,200 บาท/คืนค่ะ ที่พักสะอาดสะอ้าน ร่มรื่น น่ารัก มีน้องหมูป่าน้อยด้วยล่ะ
 |
| อิอิ แยกแยะออกใช่มั๊ยคะ |
 |
| ก็ดูดิ ฟ้าใสแหน่วซะขนาดนี้ อดใจไหวได้ไง ^^ |
หลังจากเก็บกระเป๋า ล้างหน้า ล้างตัว นั่งตากแอร์เย็นๆในห้องสักแป๊บ เราก็ออกหาอะไรมาใส่พุงตามคำแนะนำของพี่พรรณีเจ้าของรีสอร์ท ที่บอกว่า เดินออกมาเลี้ยวขวานิดนึง ข้ามถนนก็ถึงแย้ว ร้านครัวน้ำเค็มจ้า พอถึงปุ๊บจากที่หิวๆ แต่พอเห็นวิวที่ระเบียงร้านก็ต่างคนต่างวิ่งหามุมงามๆเก็บบรรยากาศทันที
กว่าจะได้เริ่มสั่งอาหารเวลาก็ผ่านไปประมาณนึง เราตกลงกันว่ามื้อนี้เอาแค่ซอฟท์ๆ ไว้ไปหนักมื้อเย็น แต่กระนั้นก็ปลากระพงทอดน้ำปลาตัวใหญ่ๆเต็มๆอ่ะ 1 ตัว แหะๆ ตามมาด้วยทอดมันกุ้งเนื้อหนานุ่ม กับปลาหมึกผัดไข่เค็มเนื้อหวาน มัน กรุบกรอบ แล้วปิดท้ายด้วยไข่เจียวปูเนื้อฟูๆ ตักตรงไหนเจอเนื้อปูตรงนั้น
 |
| อิ่มนี้ 4 คน 600 กว่าบาทจ้า |
ดื่มด่ำบรรยากาศ กับอาหารรสชาติอร่อยเรียบร้อยแล้ว เราก็กลับมาคุยกับคุณลุงเจ้าของรีสอร์ทว่า สะดวกพาเราเที่ยวที่ไหนมั่ง คุณลุงใจดีแนะนำว่า วันนี้ก็ไปหาดนางรำ ไปนั่งกินลม ลงเล่นน้ำก่อนมั๊ยเย็นๆลงจะไปรับ OK ตามนั้น
 |
| หาดนางรำมีรูปปั้นตัวละครในเรื่องพระอภัยมณีด้วยจ้า |
พอไปถึง "โอ้โห คนเยอะจัง" คุณลุงถึงกับอุทาน ลุงบอกว่า ปกติคนไม่เยอะขนาดนี้นะเนี่ย พวกเราหอบเสื่อที่คุณลุงเตรียมมาให้ เดินหามุมสำหรับปูนั่งก็แออัดเสียเหลือเกิน พวกเราเลยเดินไปเรื่อยตามแนวชายหาด อิอิ....ซึ่งทำให้เราได้มาพบกับ หาดนางรองที่สงบกว่า โล่งกว่า แล้วน่าเล่นน้ำกว่า อิอิ แต่ขอเอนหลังกันสักพักก่อนนะ
 |
| หาดนางรองจ้า |
เรานั่งคุย นอนคุย กลิ้งไป กลิ้งมา กันจนถึงบ่าย 3 ครึ่ง ก็ถึงเวลาเหมาะๆที่จะลงเล่นน้ำกันแย้ว.....น้ำที่หาดนี้ใส สะอาด ลมไม่แรงคลื่นจึงมีพอให้โต้เล่นพอสนุก เล่นน้ำกันจนถึง 4 โมงเย็น ก็เข้าห้องอาบน้ำ ล้างตัวรอลุงมารับกลับ ระหว่างทางเราขอแวะ 7/11 ซื้อน้ำกับขนมปังเพื่อใช้เป็นเสบียงกรังของวันพรุ่งนี้ที่เราจะไปตะลุยเกาะขาม เพราะที่เกาะขามไม่มีอาหารจำหน่ายนะคะ ใครจะไปเที่ยวให้เตรียมอาหารและน้ำดื่มไปเองด้วยจ้า
กลับถึงที่พักแล้ว เราตั้งใจจะออกไปลุยมื้อหนักกันตอน 1 ทุ่ม แต่แค่ 6 โมงเย็นเราก็ระงับเสียงร่ำร้องของพุ๊งพุงไว้ไม่อยู่เสียแย้ว ก็เลยเดินออกมาหน้ารีสอร์ทจะไปร้านครัวน้ำเค็มกันอีกรอบ .....แต่พอทอดสายตาออกไปทางทะเลหน้ารีสอร์ทก็ต้องตะลึงอ่ะ ไม่เคยไปทะเลที่ไหนแล้วท้องฟ้ายามค่ำสวยเท่านี้มาก่อนเลยค่ะ ดูจากภาพเองนะ
 |
| พระจันทร์วันเพ็ญ ริมทะเลแสมสาร สัตหีบ สวยจริงๆค่ะ |
คืนนี้ จัดหนักซัดกุ้ง หอย ปู ปลาหมึกครบ 2 ชุดใหญ่ ตบท้ายด้วยไอศครีมคนละ 1 ถ้วย
 |
สภาพตอนเสิร์ฟ ซีฟู๊ด ปิ้ง ย่าง ร้อนๆ หอมกรุ่น ^^
|
หมดไป ประมาณ 1,800 กว่าบาท อร่อยพร้อมบรรยากาศดี๊ดี
 |
| สภาพหลังอิ่ม ^^" |
อิ่มแย้วก็ อาบน้ำ นอนหลับฝันดี พรุ่งนี้เตรียมลุยเกาะขามกันนะ ^^
.
.
.
วันที่ 2 ของทริป เราตื่นกันแต่เช้าอาบน้ำ ดูทีวีไป กินหนมไปสักครู่ ก็ไปรับข้าวกล่องที่สั่งพี่พรรณีเจ้าของรีสอร์ทให้ทำไว้สำหรับเอาไปกินที่เกาะขามแล้วคุณลุงก็ไปส่งเราที่ท่าเรือ ทางเข้าเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย
 |
| ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย |
เรารีบไปกันตั้งแต่ 8.20น.เพราะกลัวว่า คนจะเยอะแล้วซื้อตั๋วไม่ทันเพราะจำกัดจำนวนคน แต่ไปถึงแย้วก็...เจ้าหน้าที่ขายตั๋วยังไม่มา > < ก็เลยนั่งรอไปเรื่อยๆที่หน้าอาคารจำหน่ายตั๋วด้านใน แต่ก็ทะแม่งๆอยู่หน่อยๆตรงที่เขาเขียนว่า ซื้อตั๋วไปเกาะแสมสาร ถามคนแถวนั้นว่าจะไปเกาะขามซื้อตั๋วที่นี่หรือเป่า เขาก็บอกว่า ที่นี่ ก็นั่งรอไปจน 9.00 น.กว่าๆ เจ้าหน้าที่มาแว้วว...ดีใจ ดีใจ...ก็กลัวไม่ได้ไปอ่ะ
แต่...."ไปเกาะขามต้องไปซื้อตั๋วด้านนอกครับ" O _ O แป่ว.... งานเข้าแล้วไง
เมื่องานเข้า..T _ T เราก็เลยต้องแบ่งงานกันทำเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มนึงไปรอที่ท่าเรือเพื่อคอยบอกเจ้าหน้าที่ว่า เรากะลังไปซื้อตั๋วอยู่เดี๋ยวมา
กลุ่มที่2 เดินนนนน ออกไปตรงประตูทางเข้านั่นน่ะ เพื่อไปเข้าคิวซื้อตั๋วที่กว่าพวกเราจะรู้ว่า ต้องไปซื้อที่นั่นก็ปาเข้าไป 9.30น.แล้ว ใจเริ่มแป้วว่า จะได้ไปมั๊ยอ่ะ ระหว่างนั่งรอที่ท่าเรือก็เลยเก็บภาพไปพลางๆก่อนอ่ะ
 |
| สมแมนเหลือเกิน... น้องเอ๊ย |
 |
| ตอนนี้ น้ำกำลังลง เกาะที่เห็นไกลๆ นั่นไง...เกาะขามที่เราจะไปลุยกัน |
 |
สะพานทอดยาว เห็นเรือจอดอยู่ลิบๆ
|
นั่งรอลุ้นทุกครั้งที่รถสองแถวสำหรับรับส่งคนจากที่ขายตั๋ว-ท่าเรือวิ่งมาจอด แต่ก็ยังคงไร้วี่แววของสองสาวเพื่อน love ที่เราส่งไปปฏิบัติภารกิจ พิชิตตั๋ว เฮ้ย...แย่งที่กะเขาไม่ทันเป่าฟร่ะเนี่ย ระหว่างรอเราก็เห็นคนถือช่อดอกไม้ กระทงใบตอง พานพุ่ม และพวงมาลัยสวยๆ กลิ่นมะลิหอมฟุ้ง ทยอยกันมาทีละกลุ่ม 2 กลุ่ม ตอนแรกเข้าใจว่า สงสัยเขาเอามาไหว้ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินหรือศาลกรมหลวงชุมพรมั๊ง มองดูอยู่สักครู่ถึงเข้าใจ อ้อ...เขามาลอยอังคารกันน่ะเอง ใครพอมีสตางค์หน่อยก็เหมาเรือไปลอยกลางทะเล ใครเบี้ยน้อยก็ลอยตรงสะพานที่เห็นนี่แหละ ญาติบางคนยืนกอดคอกันร้องไห้เมื่อมองเห็นห่อผ้าขาวค่อยๆจมลงพร้อมๆกับเถ้ากระดูกของผู้เป็นที่รักฟุ้งกระจายหายไปในน้ำทะเล เห็นแล้วก็ทำให้นึกถึงโคลงโลกนิติบทหนึ่ง ที่เขาว่า
"รูปชายหญิงทั่วท้อง ธาตรี
เป็นภักษ์แก่เดือนปี สุดสิ้น
อัฐิถมทั่วปถพี รายเรี่ย
ประเทศเท่าปีกริ้น ร่างพ้นฤๅมี ฯ"
ปลงตกได้ที่....ก็มีรถสองแถวมาแล้ววุ๊ย ....เย้...ครั้งนี้มีเพื่อนเราติดมาด้วย และแล้วเราก็ได้ฤกษ์ออกเรือกัน เพราะสองแถวคันนั้นเป็นคันสุดท้าย....555
 |
| เรือออกแว้ว...และพวกเราก็ต้องอาบแดดกันไปบนชั้น 2 เพราะชั้น 1 เต็มแย้ว |
นั่งเรือมาแค่ 10 นาที ถึงแล้วอ่ะ แต่เรือใหญ่ที่เรานั่งไปเข้าไม่ถึงชายหาดด้านหน้าเกาะ ด้วยเหตุผลของธรรมชาติเพราะน้ำกำลังลงจ้า พี่ๆทหารเรือเขามีเรือเล็กมารับถ่ายคนเป็นรอบๆไปขึ้นฝั่งทางทิศตะวันออกของเกาะพอเรือเล็กไปจอดก็ เท่ห์มากเลยอ่ะมีน้องๆพลทหารวิ่งออกมาจากถ้ำ เพื่อช่วยรับ ช่วยพยุง พี่ป้าน้าอา ลูกเล็กเด็กแดงและ
สัมพาระลงจากเรือด้วย แต่ก็ทุลักทุเลพอควร เพราะคลื่นจะซัดเก้าอี้สำหรับก้าวลงจากเรือจนโยกไปมา ป้าคนนึงบ่นอุบว่า "ทำไมให้มาขึ้นหาดนี้ก็ไม่รู้ ไม่ดีเลยนะเนี่ย"
แต่สำหรับพวกเรา 4 คน กลับคิดตรงกันข้าม เพราะอะไรน่ะเหรอคะ ดูจากรูปเอาดีกว่า เพราะอยากบอกว่า มุมนี้เป็นมุมที่เหมาะแก่การถ่ายรูปที่สุดในเกาะขามเลยล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่น้ำกะลังลงอย่างนี้ค่ะ
 |
| น้ำใสแหน่วเยย ^^ |
 |
| ถ้าน้ำขึ้นก็จะท่วมโขดหินนี้ทั้งหมด...จะอดเห็นภาพในมุมนี้จ้า |
 |
| ไฮไลท์ อยู่ที่สะพานไม้นี่แหละ |
 |
<><><><><><><><><><><><><><>
<>

>
>>>>>>>>>>>>>>โค้งนี้สวยที่สุด | <><><><><><><><><><><><><><>
>>>>>>>>>>>>>>
 |
<><><><><><><><><><><><><><>
<>

>
>>>>>>>>>>>>>>ตามโขดหินพวกนี้ มีปูทะเลเกาะกันอยู่เต็มเลยค่ะ | <><><><><><><><><><><><><><>
>>>>>>>>>>>>>>
 |
| ด้วยความที่แดดร้อนจัด สะพานไม้สายนี้เลยมีแต่พวกเรา 4 คน อิอิ |
 |
| เสบียงพร้อมอ่ะ |
ด้วยความที่เวลานั้น ประมาณ 10.20น. แดดจัดเอามากๆ พี่ป้าน้าอาและสาวๆทั้งหลายไม่มีใครสนใจธรรมชาติใดๆทั้งสิ้นเพราะกลัวดำ ยกเว้นไอ้ 4 คนนี้แหละ 5555 สะพานไม้สายนี้เลยมีแต่พวกเราจับจองเนื้อที่ถ่ายรูปกันหนุกหนาน ^^ ..v เย้..
สะพานไม้จะทอดยาวไปจนถึงชายหาดด้านหน้า คุณพี่ทหารเรือยืนถือโทรโข่งประกาศขอความร่วมมือให้แต่ละกรุ๊ปช่วยส่งตัวแทนไปลงชื่อในสมุดลงเวลากลับด้วยเพื่อสะดวกในการจัดเรือขากลับให้ อ้อ...ลืมบอกค่ะ ว่าค่าเดินทางมาเกาะขามเขาคิดราคา คนละ 200 บาท หากจะเช่าสนอกเกิ้ลกับหน้ากากดำน้ำ จ่ายเพิ่มอีก 50 บาท เรือขามาเกาะขามมี 2 รอบคือ 9.00น.กับ 10.00น. ขากลับมีรอบ 14.00 น. และ 15.00น. แต่เนื่องจากในวันที่เราไปเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลยาว คนเยอะมาก..ก.ก..ก.... เรือที่เคยกำหนดรอบไว้เลยรวนทั้งขาไปขากลับเลย แต่ก็ปฏิบัติตามที่พี่ทหารเรือร้องขอนั่นแหละค่ะดีที่สุดคือ ไปลงชื่อเอาไว้เขาจะมีสมุดลงชื่ออยู่ในศาลาใหญ่ตรงกลางเกาะ เนื่องจากเขาไม่อนุญาตให้ค้างคืนที่เกาะค่ะจึงต้องจัดระเบียบในการกวาดต้อนคนกลับให้เรียบร้อย
อิอิ....เราเดินไปตามชายหาดเรื่อยๆ เลยศาลาใหญ่มาหน่อย คอยมองหาจุดเหมาะๆสำหรับจับจองที่นั่ง เวลานั้นยังไม่ค่อยหิวกันเท่าไหร่ แต่บรรยากาศช่างเป็นใจ เจอม้าหินน่านั่ง ลมพัดเอื่อยๆ เลยเปิดข้าวกล่องนั่งหม่ำ ก่อนตกลงกันว่า กินเสร็จแย้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ลุยลงทะเล เล่นน้ำ ดำน้ำกันยาวไปจนบ่ายเลยแล้วกันนะ...
เฮ้อ....อิ่มจัง เปลี่ยนเสื้อ เตรียมอุปกรณ์พร้อม.....ได้เวลาลงน้ำแว้วว.ว.ว.ว.ว.........
วันนั้นน้ำใส แดดดี ทำให้ถ่ายภาพใต้น้ำออกมาสีสดใสมากๆค่ะ เพียงน้ำแค่เอวก็เจอหอยมือเสือสีสวยๆแล้ว ^^ น่ารักมากๆ
. ปลาที่นี่คุ้นกับคนมากเลย แถมยังเล่นกล้องอีกตะหาก โดยเฉพาะเจ้าหน้าเหลืองตัวนี้อ่ะ ตอนแรกว่ายน้ำผ่านเขาไปแล้วค่ะ แต่เขาหมุนตัวกลับว่ายตามเรามา แถมยังมาลอยตัวอยู่หน้ากล้องด้วยนะ เลยลั่นชัตเตอร์เก็บภาพเขามาเดี๋ยวเขาจะน้อยใจ เหมือนรู้ด้วยอ่ะ พอถ่ายเสร็จเขาก็ว่ายตามมาพักนึงแล้วก็ผละจากไป
ว่ายไปเรื่อยๆ อะไรพลิ้วๆอยู่ด้านซ้ายมือเราหว่า มองไปตอนแรกนึกว่า สาหร่ายที่ไหนได้ ดีใจสุดๆอ่ะ เพราะเจ้ากระเบนทองจุดฟ้าตัวใหญ่กะลังว่ายตีคู่กับเรามา อารามตื่นเต้นดีใจ จะกดปุ่มเลือกโหมดถ่ายวีดีโอก็กดผิดกดถูก เจ้ากระเบนก็ว่ายเร็วเหลือเกิน ไอ้เราซอยขาเร่งเครื่องตามไปยิกๆกว่าจะตั้งกล้องได้ โน้น.....ไปไกลแย้วอ่ะ เลยอดเก็บภาพมาฝากเลย ขอยืมภาพจากwebอื่นมาให้ดูไปก่อนนะว่า หน้าตาเขาเป็นอย่างนี้แหละ
 |
| ป๋ม หล่อมั๊ยก๊าบบบบ |
 |
| เจ้าเม่นทะเลกะลังทำธุระ ส่วนตั๊ว ส่วนตัว 5555 |
หลังจากอกหักถูกปลากระเบนสลัดทิ้งก็เลยลอยตัวเอื่อยๆไปเรื่อยๆ จนมาเจ๊อะ อิอิ ....เคยเห็นหอยเม่นกะลังอึ๊มั๊ยกั๊บ 5555 เห็นแล้วก็น่ารักดีนะ เขาจะเบ่งก้อนกลมๆเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนออกมาแบบพรั่งพรูทางจุดกลมสีส้มกลางตัวเขา เจ้าเม็ดกลมๆเหล่านั้นก็จะค่อยๆไหลลงมาตามร่องสีน้ำเงินเท่าที่เคยได้ยินมาเขาว่า สีน้ำเงินนั้นคือตาของเจ้าเม่นทะเล ดูอยู่เพลินก็นึกขึ้นได้ว่า น้ำกำลังลง ความรู้สึกที่เห็นเจ้าเม่นทะเลน่ารักก็กลับกลายเป็นสยองขึ้นมาซะงั้น เพราะเวลาผิวน้ำขยับตัวเป็นคลื่น จังหวะที่น้ำยุบตัวลง
นั่นล่ะ...เสียวสุดๆเลยอ่ะ กลัวหนามเม่นทิ่มพุง
 |
| ปลาผีเสื้อจุ๊บกัน |
อีกภาพประทับใจที่ลั่นชัตเตอร์ได้ทัน นี่เลย..ปลาผีเสื้อแปดขีดจุ๊บกัน เขาอยู่รวมกันเป็นฝูงเลย น่ารักมากๆ เจ้าปลาขุนทองหน้าลายยังกะไอติมแพดเดิ้ลป๊อบว่ายโฉบเข้ามาให้ถ่ายภาพได้ใกล้ๆ อีกตัวที่ทำให้ชื่นใจก็เจ้าปลาผีเสื้อปากยาวลายจุดสีเหลืองส้มสดใส จริงๆเคยเจอเค้ามาแล้วที่เกาะหมาก จ.ตราด ตัวใหญ่กว่านี้มากแต่น้ำลึกถ่ายภาพได้ไม่ชัด แต่เจ้านี่อยู่ใกล้แค่มือเอื้อมถึงเองอ่ะ อยู่ใกล้ขนาดเห็นเกล็ดเล็กๆของเขาเรียงตัวเป็นริ้วๆละเอียดมาก ไม่แปลกอะไรถ้าหากเขาเข้าไปติดลอบหรือแหอวนที่ดักจับปลาสวยงามเมื่อไหร่ เจ้าเกล็ดเล็กๆเหล่านี้ก็จะหลุดลอกออกจากผิวหนังของเขาอย่างง่ายดายเหมือนโดนขอดเกล็ดด้วยโลหะ ดังนั้น ช่วยกันรักษ์สัตว์โลกตัวน้อยให้เขาได้อยู่กับธรรมชาติต่อไปนานๆนะคะ
 |
| ปลาผีเสื้อปากยาวลายจุด |
ตามถ่ายวีดีโอเจ้าปลาผีเสื้อจนเพลิน มองเลยไปเจอเจ้าเม่นทะเลเป็นดงเลย เสียววุ๊ยไปดีก่า ปิดท้ายดำน้ำทริปนี้ได้ชวนหิว...อีกแล้วอ่ะ เมื่อจู่ๆเจ้าปูม้าสีฟ้าสวยเดินออกมาอวดโฉม แหะๆ เห็นแล้วน้ำลายไหล ถ่ายรูปได้แล้วก็ตัดใจ เดี๋ยวคืนนี้จัดหนักซ้ำเลย555
 |
| น่ากิน...เน๊อะ |
เหมือนจะดำน้ำแค่แป๊บเดียวแต่ที่ไหนได้อ่ะ ขึ้นมาก็เกือบบ่าย 2 โมงกว่าแล้ว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปนั่งรอเวลากลับในศาลา อ้อ...เดี๋ยวนี้เขามีเพิงเล็กๆขายขนมกรุบกรอบ บะหมี่ถ้วยและน้ำด้วยนะ เป็นร้านของทหารเรือนั่นแหละค่ะเพราะพี่เขาปักป้ายไว้ชัดเจน ^^ ขายดีม๊าก..ก..ก.ก...กอ่ะ จนพลทหารคนเฝ้าร้านไม่ได้กินข้าวสักที เห็นข้าวไข่เจียวถูกตักไปแค่คำ 2คำแล้วก็วางกองอยู่อย่างนั้น คนเข้าคิวซื้อของจนน้องเขาดูจะเบลอๆ สงสัยจะหิว
ระหว่างนั่งรอเรือใหญ่มารับ พี่ๆทหารเรือเขามีบริการชมความสวยงามใต้น้ำด้วยเรือท้องกระจกด้วยนะ ฟรีค่ะ ใครจะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ อิอิ...เรือท้องกระจกว่างพอดีเราเลยลงไปนั่งเล่นฆ่า เขาพาไปดูกอปะการังเขากวางที่สมบูรณ์ที่สุดของเกาะ กอดอกไม้ทะเลที่มีปลาการ์ตูนอินเดียนแดงอาศัยอยู่ ระหว่างแล่นกลับก็เจอปลาฟิชโชปักเป้าหนามทุเรียนตัวน้อยๆ กะลังน่ารักเลย
กลับมาถึงศาลา เรือใหญ่ก็มารับพอดีเรากลับมาถึงฝั่งประมาณ 4 โมงกว่า ตามแผนของเราจะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยต่อด้วย ขึ้นฝั่งได้ก็รีบจ้ำกันไปที่ห้องขายตั๋ว เขาบอกว่า ปิด 5 โมงเย็นค่ะพี่จะขึ้นไปดูเหรอคะ
"ขึ้นค่ะ ไหนๆก็มาแล้ว"
น้องคนขายตั๋วก็เลยรีบฉีกตั๋วให้อย่างเร็วไว เพราะระยะทางหากเดินกันตามพื้นราบก็ยังพอจะไม่ต้องรีบเร่งนักอ่ะคะ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ หากแต่ต้องตะเกียกตะกายเดินขึ้นเขากันไปเรื่อย ดังภาพที่เห็นนี่แหละ
 |
| เขียวๆนั้นน่ะ พิพิธภัณฑ์ฯ |
แต่ขึ้นมาเห็นทิวทัศน์งามๆแล้วก็หายเหนื่อยค่ะ ^^ วิ่งหามุมถ่ายรูปกันสนุกไปเลย
อาคารจัดแสดงแบ่งเป็น 5 ห้อง น่าเสียดายที่กำลังปิดปรับปรุงไป 2 อาคาร แต่ไม่เป็นไรอาคารที่เปิดแสดงอยู่ก็จัดได้ดีมากๆเลยค่ะ อยากให้ไปเที่ยวกัน อย่างอาคารที่ 1 จัดแสดงเกี่ยวกับกำเนิดโลก โลกยุคดึกดำบรรพ์ ไดโนเสาร์น่ารักมากมาย ^^
อาคารถัดมาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เห็ดรา มด แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับป่าลักษณะต่างๆในประเทศไทย
ที่อาคารนี้เราเลยได้คำตอบเสียทีว่า ทำไมบริเวณนี้เขาถึงได้ชื่อว่าแสมสาร เพราะแสมสารเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากทั้งบนเกาะและบนชายฝั่งของย่านนี้ค่ะ อาคาร 2 หลังถัดมาปิดปรับปรุง พวกเราเลยมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดสูงสุดของยอดเขาหมาจออันเป็นที่ตั้งของอาคารหลังสุดท้ายที่ชื่อว่า อาคารศักยภาพท้องทะเลไทย